จีนเตรียมเลิกผลิตและจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมัน ในประเทศจีน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศจีนเปิดเผยว่า จีนเตรียมเลิกผลิตและจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมัน  หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลรับผิดชอบกำลังพิจารณาร่วมกันในการกำหนดตารางเวลา ที่จะให้หยุดผลิตและจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมันในประเทศจีน

 

 

Xin Guobin รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศจีน เปิดเผยในงานสัมนารถยนต์ที่เมือง Tianjin ประเทศจีน เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กันยายน ค.ศ.  2017 ว่า หน่วยงานรัฐบาลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลกำลังกำหนดตารางเวลาที่จะหยุดผลิตและจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมันในประเทศจีน

 

จีนเตรียมเลิกผลิตและจำหน่ายรถยนต์ใช้น้ำมัน ในประเทศจีน

 

ก่อนหน้านี้ จีนกำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจีนต้องผลิตรถยนต์ Hybrid หรือรถยนต์พลังไฟฟ้าอย่างน้อย 8% จากจำนวนรถที่ผลิตได้ในปี ค.ศ. 2018 และต้องเพิ่มเป็น 12% ในปี ค.ศ. 2020 จีนยังกำหนดว่าเมื่อถึงปี ค.ศ. 2025 รถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศจีนต้องเป็นรถยนต์ Hybrid หรือรถยนต์พลังไฟฟ้าอย่างน้อย 20%

การส่งเสริมรถยนต์ Hybrid และรถยนต์พลังไฟฟ้า, เลิกใช้และเลิกผลิตรถยนต์ใช้น้ำมัน เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จีนนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการส่งเสริมพลังสะอาดเพื่อทดแทนการใช้ถ่านหินในอุตสาหกรรมจีน  มาตรการนี้ยังช่วยลดการบริโภคน้ำมันซึ่งจีนคือผู้บริโภคน้ำมันอันดับสองในโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลต่อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ในจีน แต่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกเนื่องจากจีนคือตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศจีน เมื่อ ค.ศ. 2017 อยู่ที่ 28.03 ล้านคัน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ทั่วโลก  มีรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนประมาณ 290 ล้านคัน  ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น Renault-Nissan, Ford, Honda, Volkswagen และ General Motors  ล้วนเตรียมเปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในจีน

การเปลี่ยนผ่านจาก ยุครถยนต์ใช้น้ำมันสู่ยุครถพลังไฟฟ้า ไม่ได้เกิดที่ประเทศจีนเท่านั้น ในทวีปยุโรป ประเทศส่วนใหญ่เริ่มกำหนดนโยบายลักษณะเดียวกัน รวมถึงประเทศขนาดใหญ่เช่นฝรั่งเศส และ สหราชอาณาจักร ที่วางแผนเลิกรถยนต์ใช้น้ำมันในปี ค.ศ. 2040

Xin Guobin ให้สัมภาษณ์  Xinhua สำนักข่าวของทางการจีนว่า มาตรการนี้จะมีผลกระทบต่ออุปสงค์การใช้น้ำมัน และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของจีนอย่างเห็นได้ชัด

 

ที่มา: BBC, Bloomberg และ Engadget

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *